To Care
posted on 08 Mar 2009 17:41 by iamplenk
อาจจะมีเรื่องราวที่สร้างความประทับใจขึ้นมาระหว่าง คุณกับบุคคลเหล่านั้น โดยที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน ลองมาฟังเรื่องของผมต่อไปนี้กว่าครับ เผื่อที่คุณผู้อ่านอาจจะมองเห็นสิ่งดีๆ ที่อยู่รอบกายของคุณผู้อ่าน .... โดยที่คุณผู้อ่านไม่เคยสังเกตุเห็นมาก่อนก็ได้
" คุณหมอครับ ช่วยรักษาแมวตัวนี้ทีเถอะครับ "
ผมและพ่อของผมอุ้มแมวที่บ้านที่เพิ่งโดนสุนัขจรจัดรุมกัดจนไส้ทะลัก เข้าไปในคลีนิกรักษาสัตว์แถวบ้านอย่างร้อนใจ
" เอาไปชั่งน้ำหนักทางด้านนั้นก่อนนะค่ะ "
สัตวแพทย์สาว พูดอย่างใจเย็นและมีสติ
" เคยมารักษาที่นี่ไหมค่ะ? "
คุณสัตวแพทย์สาวถามเพื่อจะได้ดูว่าเคยมีประสบการณ์รักษาที่นี่หรือเปล่า และก็ยังไม่ทันได้สังเกตุเห็น
" คุณหมอครับ มันโดนมากัดจนไส้ไหลมานะครับ "
ผมพูดกับสัตวแพทย์สาวอย่างร้อนใจ เพื่อไม่ให้ทุกวินาทีที่ยื้อชีวิตของเจ้าแมวตัวนี้ ต้องหมดไปโดยใช่เหตุ
" ไหนค่ะ ! ขอดูหน่อยค่ะ "
สัตวแพทย์สาวเริ่มสนใจถึงความร้อนรนที่ผมมี และเธอเองก็เพิ่งสังเกตุเห็น คุณหมอสาวคนนั้นก็เรียกให้ผู้ช่วยของเธอนำแมวที่บาดเจ็บเข้าไปในห้องรักษา เพื่อทำการรักษาทันที
" เดี๋ยวหมอ ต้องขอทำประวัติการรักษาหน่อยนะค่ะ "
สัตวแพทย์สาวให้ผมนั่งที่โต๊ะทำงานของเธอ เพื่อลงรายละเอียดต่างๆ
" แมวตัวนี้ เคยมารักษาที่นี่ไหมค่ะ? "
" ไม่เคยครับ "
" แมวตัวนี้ชื่ออะไรค่ะ ? "
คุณหมอต้องการชื่อของสัตว์ที่เอามารักษาเพื่อง่ายต่อการค้นหาข้อมูล ในการนำมารักษาครั้งต่อไป
" มันไม่มีชื่อครับ ? "
อันที่จริงคนที่บ้านคงจะตั้งชื่อให้มันไว้ แต่ผมไม่เคยสนใจจึงตอบคุณหมอไปอย่างนั้น
" งั้น...ช่วยตั้งชื่อให้มันหน่อยค่ะ ? "
" เอาชื่อ แมว ล่ะกันครับ "
คุณผู้อ่านคงจะนึกตลกผมอยู่ละสิ ว่าทำไมจะตั้งชื่อให้ทั้งทีกับแมวที่เลี้ยงไว้ว่าชื่อ " แมว " น่าจะหาชื่อให้มันดีกว่านี้ซักหน่อย... ซึ่งคุณหมอเธอเองก็คง ก็คงคิดเช่นเดียวกับคุณผู้อ่าน ผมสังเกตุเห็นจากสีหน้า ชวนสงสัยของเธอ ก็ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออกนี่ครับ ใจมันมัวแต่กังวลกลัวเจ้าแมวจะ
ไม่รอดอย่างเดียวหลังจากนั้นคุณหมอ ก็เข้าไปดูอาการแมวของผม พอผ่านไปประมาณซัก 5 นาที คุณหมอเธอเรียกผมและพ่อของผมเข้าไปในห้องรักษา เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่ต้องทำให้ผมต้องกังวลใจอีกครั้ง
" แมวโดนกัดมาหนักนะค่ะ หมอไม่แน่ใจว่านอกจากบาดแผลภายนอกที่เห็นอยู่นี่แล้ว ภายในช่องท้องจะเกิดการฉีกขาดด้วยหรือไม่ ทางเราก็ไม่มีเครื่องมือที่จะเอ็กซเรย์ภายในได้นะค่ะ หมออยากให้คุณพาเจ้าแมวไปรักษาที่ XXX เพราะที่นั่นมีเครื่องมือพร้อมกว่านะค่ะ "
คุณหมอพยายาแนะนำอาการทั้งหมดและทางเลือกที่ผมจะต้องเลือก เพื่อที่จะรักษาชีวิตของเจ้าแมวเอาไว้
" ครับคุณหมอ แล้วค่ารักษาเท่าไหร่ครับ ? "
ผมถามสัตวแพทย์ถึงค่ารักษาปฐมพยาบาลเบื้องต้นและคำแนะนำต่างๆ เพื่อที่จะได้รีบไปยังจุดหมายต่อไป
" ไม่เป็นไรค่ะ ไม่คิดค่าใช้จ่ายค่ะ "
(O_0) คุณผู้อ่านบางท่านคงจะแปลกใจ อย่างที่ผมแปลกใจกับคำตอบของคุณหมอท่านนี้ใช่ไหมครับ
เพราะทุกครั้งที่เราไปโรงพยาบาลหรือคลีนิค ไม่ว่าจะไปตรวจโรคหรือทำแผลเล็กๆน้อยๆก็ยังต้องมีค่าใช้จ่าย แต่คุณหมอท่านนี้ทำการรักษาปฐมพยาบาลปิดแผลให้อย่างดีและแนะนำข้อมูลต่างๆ ที่ผมควรรู้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆเลย.........ทำเอาผมอึ้งไปเลยครับ!!
แต่เวลานี้ผมไม่ว่างพอที่จะอึ้งหรือซาบซึ้งใจอยู่กับคุณหมอแสนน่ารักท่านนี้ ผมและพ่อของผมอุ้มเจ้า
แมวต้วนี้นั่งแท็กซี่ไปตามสถานที่ ที่คุณหมอใจดีท่านนั้นแนะนำไว้
เรื่องมันควรจะจบที่ว่าพอผมไปถึงยังสถานที่รักษาสัตว์แห่งใหม่แล้ว เจ้าแมวได้รับการรักษาจนหายดี
แต่มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดนะสิครับ ???ผมและพ่อของผมได้ไปตามสถานที่ที่คุณหมอแนะนำแล้ว แต่ต้องได้รับการปฎิเสธที่จะรักษากลับมา เนื่องจากให้เหตุผลว่าเครื่องมือไม่เพียงพอที่จะทำการรักษาและแนะนำให้ไปอีกที่หนึ่ง ผมก็ได้ไปตามที่แนะนำเป็นครั้งที่ 3 แต่ก็ได้รับคำตอบอยู่เช่นเดิม
ผมรู้สึกหมดหวังเป็นอย่างมาก ที่จะไม่สามารถช่วยชีวิตเจ้าแมวต่อไว้ได้ ผมคิดอะไรไม่ออกเลยครับ รู้อยู่เพียงอย่างเดียวว่าต้องกับไปหาสัตวแพทย์สาว ที่ใจดีท่านนั้นอีกครั้ง
" คุณหมอครับ ช่วยรักษามันทีเถอะครับ "
ผมได้ปรึกษากับพ่อของผมและกลับไปหาคุณหมอสาวท่านนั้นอีกครั้ง พร้อมด้วยความหวังครั้งสุดท้าย
" อย่างน้อยก็ช่วยทำแผลไม่ให้มันต้องตายไป อย่างน่าเวทนาเลยครับ "
ผมขอร้องคุณหมอด้วยใจที่เตรียมพร้อมกับการที่จะต้องสูญเสียเจ้าแมวไป
" หมอไม่แน่ใจนะค่ะ ว่าแมวตัวนี้จะทนพิษบาดแผลไหวหรือไม่ ? เพราะหมอคงจะต้องเปิดปากแผลและเย็บสดนะค่ะ ไม่กล้าที่จะวางยาเพราะสภาพของแมวตอนนี้ อ่อนเพลียมากเกินไป "
" ครับ ... ทำเถอะครับ "
หลังจากนั้นเสียงร้องอย่างทรมานของเจ้าแมวก็ดังนานนับชั่วโมง
พอหลังจากรักษาเสร็จคุณหมอก็จ่ายยา ให้คำแนะนำในการใช้ และวันนัดครั้งต่อไป
นี่แหละครับอีกหนึ่งเรื่องประทับใจที่เกิดขึ้นในชีวิตของผม อ่อๆๆ!! ไม่ใช่ประทับใจที่แมวโดนกัดนะครับ ประทับใจที่ได้เจอกับน้ำใจดีๆของสัตวแพทย์ท่านนี้ต่างหากล่ะครับ
คุณผู้อ่านคงอยากจะรู้ล่ะสิ...ว่าสุดท้ายแล้วเจ้าแมวนั้นรอดชีวิตหรือไม่ มันมีชีวิตอยู่ต่อได้ประมาณ 3 อาทิตย์นะครับ แต่ก็เกินความคาดหวังของผมนะครับ เพราะคุณหแกบอกไว้ว่าอาจจะอยู่ได้ประมาณ 1
อาทิตย์เท่านั้นให้ผมทำใจเอาไว้
อาจจะเป็นเพราะกำลังใจและความวังที่อยากจะให้เจ้าแมวมันมีชีวิตอยู่ต่อ ของทุกๆคนในบ้านของผมก็เป็นได้ครับ ที่ทำให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 2 อาทิตย์
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมรู้และมั่นใจอย่างแน่นอนนะครับ ว่าเจ้าแมวมันเองก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปรักษากับสัตวแพทย์สาวใจดีท่านนั้นทุกครั้งที่มีการนัดรักษา
เพราะทุกครั้งที่ผมอุ้มเจ้า
แมวกลับจากการรักษาในอ้อมแขนของผมนั้น มันยิ้มครับ (=^_^=) มันคงจะดีใจที่ได้เจอกับคุณหมอท่านนั้นอีก และมันก็คงจะรู้ด้วยว่า ผมก็แอบปลื้มคุณหมอเธออยู่ด้วยเหมือนกัน
" ภาพหลานๆ ของเจ้า "แมว" "
[ เจ้าแมวมันยิ้มแซวผมแนะ...คุณผู้อ่าน ]


